การค้าโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังขับเคลื่อนด้วย
“ชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุด
องค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNCTAD) เปิดเผยข้อมูลว่า
สินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีสัดส่วนมากกว่า
12% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั่วโลกในปี 2024 หรือคิดเป็นรายได้มากกว่า 1 ใน 8
ดอลลาร์จากการค้าสินค้าทั้งหมด
UNCTAD
ระบุว่า
ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตดังกล่าวมาจากการค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ชิป
แผงวงจร และเซนเซอร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา
แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปี 2023 ขณะที่การค้าสินค้า ICT ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคและอุปกรณ์ดิจิทัลอื่นกลับเติบโตช้าหรือเข้าสู่ภาวะทรงตัว
รายงานชี้ว่า
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็น “กระดูกสันหลังที่มองไม่เห็น” ของเศรษฐกิจดิจิทัล
เนื่องจากเป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟน ระบบคลาวด์ รถยนต์ไฟฟ้า
และเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน
อีกทั้งยังเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มในกระบวนการผลิตระดับโลก
อย่างไรก็ตาม
การผลิตสินค้า ICT ยังคงกระจุกตัวสูง
โดยเอเชียเป็นศูนย์กลางหลักของโลก คิดเป็นเกือบ 80% ของการส่งออกสินค้า ICT
ทั้งหมดในปี 2024
ส่งผลให้ประเทศที่สามารถผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้มีโอกาสสูงในการสร้างงานทักษะสูง
รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และมีรายได้ส่งออกที่มั่นคงกว่า
ในทางตรงกันข้าม
ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งยังมีบทบาทจำกัดอยู่เพียงการประกอบหรือผลิตชิ้นส่วนมูลค่าต่ำ
ทำให้ไม่สามารถได้รับประโยชน์เต็มที่จากการเปลี่ยนผ่านสู่การค้าโลกยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาด
UNCTAD
เตือนว่า หากขาดการลงทุนเฉพาะด้านและการพัฒนาทักษะแรงงาน
ประเทศเหล่านี้อาจถูกกันออกจากห่วงโซ่การค้าใหม่
ขณะเดียวกัน
ภาคบริการ ICT ของโลก เช่น
โทรคมนาคมและบริการคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือประมาณ 39 ล้านล้านบาท ในปี 2024 โดยยุโรปครองสัดส่วนส่งออกถึง 57%
ตามด้วยเอเชียและโอเชียเนียที่ 33%
ขณะที่แอฟริกาและลาตินอเมริการวมกันมีส่วนแบ่งเพียง 2.5% สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านศักยภาพดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
รายงานยังระบุว่า
การค้า “สินค้าดิจิทัลที่ส่งมอบได้ทางออนไลน์” เช่น บริการที่ปรึกษา สุขภาพ
การศึกษา และสื่อดิจิทัล เพิ่มขึ้น 10% ในปี 2024 และคิดเป็น 56%
ของการส่งออกบริการทั่วโลก
โดยประเทศพัฒนาแล้วยังคงเป็นผู้ครองตลาดหลักด้วยมูลค่าราว 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือประมาณ 123.5 ล้านล้านบาท เทียบกับประเทศกำลังพัฒนาที่ส่งออกได้ราว 1.2
ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 39 ล้านล้านบาท
UNCTAD
สรุปว่า
ช่องว่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาในด้านการส่งออกสินค้าและบริการ ICT
ตอกย้ำความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์
พัฒนาทักษะดิจิทัล กำกับดูแลข้อมูล และออกนโยบายการค้าที่เอื้อต่อการเติบโต
มิฉะนั้นประเทศกำลังพัฒนาอาจยังเป็นเพียง “ผู้เล่นชายขอบ”
ในหนึ่งในตลาดการค้าโลกที่เติบโตเร็วที่สุดในทศวรรษนี้
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569