องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
(OECD)
เผยแพร่รายงานนโยบาย "AI and Skills: What We Know So
Far" เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ชี้ให้เห็นว่า แม้ AI
จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่ตัวแปรชี้ขาดว่าเศรษฐกิจจะได้ประโยชน์จากคลื่นเทคโนโลยีนี้หรือไม่
กลับไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีเอง หากแต่คือ "ทักษะของคนที่ใช้มัน"
ขาดคนมีทักษะ — อุปสรรคอันดับ 1 ของการนำ
AI
มาใช้
รายงานระบุว่าธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะ SMEs
กำลังถูกฉุดรั้งจากการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI โดยราว 40% ของนายจ้างในภาคการผลิตและการเงินที่ยังไม่ได้นำ AI มาใช้ ระบุว่า "ปัญหาทักษะ" คือสาเหตุหลัก ขณะที่ SMEs กว่าครึ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ใช้ Generative AI ก็ให้เหตุผลเดียวกัน
AI
ดันดีมานด์แรงงานทักษะสูง — งานแบบไหนปลอดภัยที่สุด?
ในเวลาเดียวกัน AI
กลับยิ่งเพิ่มความต้องการแรงงานระดับสูง
นายจ้างในภาคการผลิตและการเงินมากกว่าครึ่งที่นำ AI มาใช้แล้ว
รายงานว่า AI ทำให้ความต้องการแรงงานที่มีการศึกษาสูงเพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับภาพรวมที่พบว่า การจ้างงานเติบโตเร็วที่สุดในตำแหน่งที่สัมผัสกับ AI
มากที่สุด เนื่องจาก AI มักทำหน้าที่เสริม
ไม่ใช่แทนที่พนักงาน
ไม่ต้องเขียนโค้ดก็อยู่รอด —
แต่ต้องอ่านข้อมูลให้เป็น
ข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ มีเพียงไม่ถึง 1%
ของแรงงานทั้งหมดที่จำเป็นต้องมีทักษะ AI ขั้นสูง
เช่น การเขียนโปรแกรมหรือพัฒนาโมเดล สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการจริงๆ คือ
ทักษะดิจิทัลทั่วไป ความสามารถในการใช้ วิเคราะห์ และตีความข้อมูล
ควบคู่กับทักษะเชิงบริหารและทักษะมนุษย์อย่างการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์
และนวัตกรรม
ผลสำรวจ SMEs ยังพบว่า ทักษะที่ถูกมองว่า "สำคัญขึ้น" มากที่สุดหลังยุค Generative
AI ได้แก่ การวิเคราะห์และตีความข้อมูล (46.4%)
ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (41.9%) และทักษะการเขียนโปรแกรม (39.0%)
สัญญาณเตือน — AI
อาจลดความต้องการ "ทักษะอ่อน"
รายงานยังชี้ถึงแนวโน้มที่น่าจับตาในบางประเทศของยุโรป
โดยพบว่าผู้จัดการที่ใช้ซอฟต์แวร์บริหารเชิงอัลกอริทึมในเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี
และสเปน มีแนวโน้มเชื่อว่าเครื่องมือดังกล่าว ลดความจำเป็นในการใช้ทักษะ
"ความเห็นอกเห็นใจ" (20%) มากกว่าที่จะเพิ่มขึ้น (12%) แม้ OECD
จะยังเตือนว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปผลชัดเจน
แต่ถือเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
AI
ช่วยอุดช่องว่างขาดแคลนแรงงาน
น่าสนใจที่ AI
ยังมีบทบาทช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน เกือบ 2 ใน 5 ของ SMEs
รายงานว่าเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเกือบ 40%
ของ SMEs ที่มี skills gap ยืนยันว่า Generative
AI ช่วยชดเชยช่องว่างดังกล่าวได้
โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่รายงานผลลัพธ์ในด้านนี้สูงที่สุด
ลงทุนฝึกอบรม — ผลตอบแทนคุ้มค่า
ด้านการรับมือของภาคธุรกิจ
รายงานพบว่าบริษัทจำนวนมากลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
โดยมากกว่าครึ่งของแรงงานที่ใช้ AI รายงานว่าได้รับการอบรมที่นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
และการลงทุนนี้ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน
แรงงานที่ผ่านการอบรมมีแนวโน้มรายงานผลลัพธ์เชิงบวกจาก AI สูงกว่า
ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ดีขึ้น
OECD
แนะ 4 เส้นทางเร่งด่วนสำหรับรัฐบาล
OECD
เสนอแนวทางนโยบายเร่งด่วน 4 ประการ ได้แก่ หนึ่ง
ติดตามความต้องการทักษะที่เปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด
รวมถึงผลกระทบต่อกลุ่มประชากรต่างๆ สอง ขยายการเข้าถึงทักษะด้าน AI โดยเฉพาะสำหรับ SMEs และกลุ่มแรงงานเสี่ยง สาม
สร้างหลักประกันโอกาสการเรียนรู้และเพิ่มทักษะตลอดชีวิต โดยให้นายจ้าง แรงงาน
และรัฐบาลร่วมรับผิดชอบ และ สี่
บูรณาการนโยบายทักษะเข้ากับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้
รายงานยังเน้นย้ำว่านโยบายฝึกอบรมต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรการที่ครอบคลุมกว่านั้น
รวมถึงการส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการปกป้องความเป็นส่วนตัวของแรงงาน
เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะไม่สร้างหรือซ้ำเติมความไม่เท่าเทียมในตลาดแรงงาน.
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 10 มิถุนายน 2569