ประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณการเติบโตครั้งใหม่ของเศรษฐกิจนวัตกรรม
หลัง StartupBlink
เปิดเผยรายงาน Global Startup Ecosystem Index 2026 โดยไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 48 ของโลก เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
พร้อมสร้างการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพ 62.6% ถือเป็นการเติบโตสูงอันดับ 2
ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในกลุ่มประเทศที่เติบโตโดดเด่นของเอเชียแปซิฟิก
ไทยกลับสู่ Top
50 โลก สูงสุดรอบ 7 ปี
รายงานระบุว่า ไทยกลับเข้าสู่กลุ่ม Top
50 โลกได้อีกครั้ง และเป็นอันดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019
สะท้อนภาพการขยายตัวของผู้ประกอบการเทคโนโลยี เงินทุน เครือข่ายสนับสนุนธุรกิจ
และกิจกรรมในระบบนิเวศที่เติบโตต่อเนื่อง
ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ไทยยังรักษาอันดับ 11 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และอยู่อันดับ 4
ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สะท้อนความสามารถในการแข่งขันของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จุดแข็งไทย ชุมชนสตาร์ทอัพแกร่ง Medtech
ติด Top 10 โลก
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของไทย คือ
การมีส่วนร่วมของชุมชนผู้ประกอบการ โดย StartupBlink จัดไทยอยู่อันดับ 20 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชียแปซิฟิก ในหมวด Startup
Community Activity Functional Category ซึ่งสะท้อนความแข็งแรงของกิจกรรมเครือข่าย
การพบปะผู้ประกอบการ และการขับเคลื่อนระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ไทยยังโดดเด่นในอุตสาหกรรม Medtech
หรือเทคโนโลยีการแพทย์ โดยติดอันดับ 8 ของโลก
สะท้อนศักยภาพของไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
กรุงเทพฯยังนำ แต่เมืองรองเร่งเครื่องโต
แม้ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยจะขยายตัว
แต่รายงานยังสะท้อนโจทย์สำคัญ คือ
การกระจุกตัวของระบบนิเวศสตาร์ทอัพในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก โดย StartupBlink
ระบุว่า คะแนนรวมของกรุงเทพฯยังสูงกว่าภูเก็ตราว 20 เท่า
แม้ช่องว่างดังกล่าวเริ่มลดลง หลังเมืองรองเริ่มขยายตัวได้เร็วขึ้น
ภาพการเติบโตนอกเมืองหลวงเริ่มชัดขึ้น
โดยภูเก็ตเติบโต 85.9% ขยับขึ้น 108 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 533 ของโลก
ขณะที่เชียงใหม่เติบโต 91.6% ขยับขึ้น 126 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 590 ของโลก
สะท้อนการกระจายตัวของเศรษฐกิจนวัตกรรมออกนอกกรุงเทพฯมากขึ้น
Tech
Clusters รอบปริมณฑล แรงส่งใหม่เศรษฐกิจนวัตกรรม
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย
คือ ความแข็งแกร่งของกลุ่มก้อนเทคโนโลยี หรือ Tech Clusters รอบปริมณฑลและเขตเศรษฐกิจสำคัญ
ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงส่งใหม่ของระบบนิเวศเศรษฐกิจนวัตกรรมไทย
โดยมีเมืองศักยภาพสูงของไทยได้รับการจัดอันดับในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอีก
4 พื้นที่ ได้แก่ พัทยา สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม
สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจนวัตกรรมที่เริ่มกระจายตัวจากศูนย์กลางเดิมไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบ
พื้นที่เหล่านี้กำลังเชื่อมโยงฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศเข้าด้วยกัน ทั้งภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การศึกษา งานวิจัย โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่และดึงดูดการลงทุนด้านนวัตกรรมในระยะยาว
จับตา “พัทยา”
เมืองใหม่บนแผนที่สตาร์ทอัพโลก
อีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกจับตามากที่สุด คือ
“พัทยา” หลังเข้าสู่การจัดอันดับระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลกเป็นครั้งแรก
ส่งผลให้ไทยมีเมืองติดอันดับระดับโลกเพิ่มขึ้นเป็น 4 เมือง จากเดิม 3
เมืองในปีก่อน ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา
การเติบโตของพัทยาสะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจนวัตกรรมในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านบริการ การท่องเที่ยว ดิจิทัล
และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
ซึ่งกำลังกลายเป็นฐานรองรับธุรกิจเทคโนโลยีและผู้ประกอบการยุคใหม่มากขึ้น
ไทยยังมีโจทย์เพิ่มขีดแข่งขัน
StartupBlink
ยังระบุว่า ไทยยังมีโอกาสยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันเพิ่มเติม
โดยไทยอยู่อันดับ 56 ของ Innovators Business Environment Index สะท้อนว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ กฎระเบียบ และปัจจัยสนับสนุนผู้ประกอบการ
ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตในระยะยาวได้อีกมาก
การขยับขึ้นของไทยในปีนี้
จึงไม่ได้สะท้อนเพียงอันดับที่ดีขึ้น
แต่กำลังชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย
จากโมเดลที่พึ่งพากรุงเทพฯเป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างใหม่ที่เมืองเศรษฐกิจรอบปริมณฑล
เมืองท่องเที่ยว และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ กำลังกลายเป็นฐานการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจนวัตกรรมไทยในอนาคต
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 22 พ.ค. 2569