นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Business
Transformation) อย่างต่อเนื่อง
เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันสำหรับองค์กร
ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง
ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก
เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว
กำไรโตสูงกว่ารายได้
รับแรงหนุนตลาดองค์กร
ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 SYNEX
มีกำไรสุทธิ 224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
และเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 11,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3%
ส่วนผลประกอบการงวด
6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 23,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3%
สะท้อนการเติบโตของกำไรที่สูงกว่าการขยายตัวของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ
IT
Commercial และ Enterprise Solution ซึ่งขยายตัว
43.1% และ 11.3% ตามลำดับ และมีสัดส่วนรวมมากกว่า 20% ของรายได้ทั้งหมดในไตรมาส 2
โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ Commercial PC การเปลี่ยนผ่านสู่
Windows 11 การเติบโตของ AI PC รวมถึงการลงทุนด้าน
AI Infrastructure, Cloud และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของทั้งภาครัฐและเอกชน
ดัน Product Mix เพิ่มมาร์จิ้น แตะเป้า 4%
บริษัทสามารถยกระดับคุณภาพกำไรผ่านการปรับ
Product
Mix ไปสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 อยู่ที่ 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน
และผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้นเป็น
3.96% จาก 3.83% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.87% ในไตรมาสแรก
เข้าใกล้เป้าหมายทั้งปีที่ระดับ 4%
SYNEX
ยังเดินหน้าขยายสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ผ่านบริการและโซลูชันแบบ As-a-Service เพื่อสร้างเสถียรภาพของรายได้และผลกำไรในระยะยาว
จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด
6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 2 กันยายน
2569 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและนโยบายสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
เร่งสร้าง New
Growth Engine รับเศรษฐกิจ AI
สำหรับครึ่งปีหลัง
บริษัทเตรียมเร่งขยายธุรกิจในกลุ่ม New Growth Engine ได้แก่ AI Infrastructure, Enterprise Solution, Cloud Platform,
AI Workplace, Managed Services, Energy Infrastructure และ Device-as-a-Service
เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรและภาครัฐที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ SYNEX
ยังรุกธุรกิจ Energy Solution ผ่านการสร้าง Solar
Ecosystem แบบครบวงจร โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ LONGi เพื่อเสริมพอร์ตผลิตภัณฑ์และบริการด้านพลังงานสะอาด
พร้อมขยายตลาดทั้งผู้แทนจำหน่าย Modern Trade และโครงการลูกค้าองค์กร
ขณะเดียวกัน
บริษัทยังขยายระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ผ่านความร่วมมือกับ
Honeywell และ MAXHUB เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโซลูชันสำหรับองค์กร
รองรับแนวโน้มการลงทุนด้าน Digital Infrastructure และการยกระดับสถานที่ทำงานยุคใหม่
ตั้งเป้ารายได้ 5.3 หมื่นล้านบาท
นางสาวสุธิดา กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง
บริษัทคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลขายของธุรกิจเทคโนโลยี
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การคลี่คลายของปัญหาซัพพลาย รวมถึงเม็ดเงินลงทุนด้าน AI
Infrastructure และ Digital Infrastructure ที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจ Commercial และ Enterprise
อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้
บริษัทตั้งเป้าผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นสู่ระดับ 4% ภายในปี 2569
พร้อมตั้งเป้ารายได้ทั้งปีไว้ที่ 53,000
ล้านบาท ผ่านการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และการสร้างฐานรายได้ประจำ
เพื่อยกระดับ SYNEX สู่การเป็นผู้นำด้าน IT Ecosystem
ของประเทศไทย รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุค AI
Economy ได้อย่างยั่งยืน
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 6 สิงหาคม 2569