Artificial
Intelligence (AI) กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
มาเป็นหัวใจของการบริหารโรงงานและซัพพลายเชนในภาคการผลิตโลก
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านโรงงานต้นแบบรุ่นล่าสุดของ Global Lighthouse
Network ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง
ทั้งด้านผลิตภาพ ความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน และความยั่งยืน
22 มิถุนายน 2569 — World
Economic Forum (WEF) ประกาศรายชื่อ Global Lighthouse
Network รุ่นล่าสุด เพิ่มสมาชิกใหม่ 16 แห่ง
ส่งผลให้เครือข่ายโรงงานต้นแบบด้านการผลิตอัจฉริยะมีจำนวนรวม 238 แห่งทั่วโลก
โดยโรงงานที่ได้รับการคัดเลือกได้นำ AI, Digital Twin และ Industrial
IoT มาประยุกต์ใช้ในระดับองค์กร พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต
การบริหารซัพพลายเชน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
AI ก้าวจากโครงการทดลองสู่หัวใจของการผลิต
WEF
ระบุว่า โรงงาน Lighthouse รุ่นล่าสุดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
3 ประการของภาคการผลิตโลก ได้แก่
· การใช้
AI
และข้อมูลแบบ End-to-End Intelligence เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
·
การสร้าง Human-Machine
Collaboration ผ่านการพัฒนาทักษะแรงงานและการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับระบบอัจฉริยะ
· การผสาน
Sustainability
เข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ
เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
Kiva
Allgood กรรมการผู้จัดการของ World Economic Forum กล่าวว่า
โรงงานชั้นนำในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการปรับปรุงกระบวนการผลิตทีละส่วน
แต่กำลังออกแบบระบบการดำเนินงานใหม่ทั้งหมด โดยมี AI เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างผลลัพธ์ที่วัดได้จริง
หนึ่งในโรงงานที่ได้รับการยกย่องคือ Schneider
Electric เมือง El Paso สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำ Data
Engineering, Industrial IoT, Integrated Logistics และ AI มาใช้ตลอดกระบวนการผลิตแบบ Engineer-to-Order ส่งผลให้
· เพิ่มอัตราการส่งมอบตรงเวลา
จาก 61% เป็น 97%
·
ลด Lead
Time ได้สูงสุด 35%
· ลด
Backorders
มูลค่ากว่า 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้าน Unilever ประเทศอินเดีย นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการวางแผน
การจัดซื้อ และการผลิต ส่งผลให้
· ลดเวลาตอบสนองต่อความต้องการของตลาด
72%
·
ลดเวลาเปลี่ยนสายการผลิต
40%
· เพิ่มระดับการให้บริการลูกค้าเป็น
99%
AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ Smart
Manufacturing
WEF
ระบุว่า ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทดลองอีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรงงานอัจฉริยะ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต
การบริหารคลังสินค้า การจัดการโลจิสติกส์
ไปจนถึงการบริหารพลังงานและการพัฒนาทักษะบุคลากร
นอกจากนี้ WEF
ยังเปิดตัวโครงการ Impact Stars เพื่อยกย่องนวัตกรรมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของภาคการผลิตในอนาคต
บทเรียนสำหรับผู้ผลิตไทย
แนวโน้มจาก Global
Lighthouse Network สะท้อนว่า ความสำเร็จของ Smart
Manufacturing ไม่ได้เกิดจากการลงทุนใน AI เพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร
และการใช้ข้อมูลตลอดทั้ง Value Chain ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตทั่วโลก
ที่มา : Mreport
วันที่ 22 สิงหาคม 2569