จีนกำลังวาง “ควอนตัม”
ไว้ในกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องเร่งพัฒนาในช่วง 5 ปีข้างหน้า
หลังคณะกรรมาธิการกิจการไซเบอร์สเปซกลางของจีน (Central
Cyberspace Affairs Commission) เผยแพร่แผนพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับช่วงปี
2569-2573 โดยมีทั้งควอนตัม ชิปประสิทธิภาพสูง เอไอ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ อยู่ในกรอบเดียวกัน
The
Quantum Insider อ้างอิงข้อมูลจาก China Daily ว่า แผนดังกล่าวต้องการเพิ่มความสามารถของบริษัทจีนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงไซเบอร์
ตั้งแต่การวิจัยเทคโนโลยีหลัก การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแรงขึ้นภายในปี 2573
สำหรับเทคโนโลยีควอนตัม
สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการถูกระบุชื่อไว้ในแผน แต่คือ การที่จีนวางควอนตัมไว้ในกลุ่มเทคโนโลยีแนวหน้า
ร่วมกับบล็อกเชน เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ ดิจิทัลทวิน
และจอแสดงผลยุคใหม่
ขณะที่ชิปประสิทธิภาพสูง ซอฟต์แวร์
ระบบสื่อสาร
และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ถูกระบุเป็นเทคโนโลยีหลักที่ต้องพัฒนาควบคู่กัน
อย่างไรก็ตาม
เอกสารฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุว่าจีนจะทุ่มทรัพยากรให้เทคโนโลยีควอนตัมด้านใดเป็นพิเศษ
ไม่มีตัวเลขงบประมาณเฉพาะ ไม่มีเป้าหมายทางเทคนิค
และไม่มีเป้าหมายด้านการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ที่ต้องบรรลุภายในปี 2573
สิ่งที่ประกาศออกมาจึงเป็นกรอบทิศทางการพัฒนามากกว่าจะเป็นแผนงานควอนตัมที่ลงรายละเอียดถึงขั้นว่าจะสร้างอะไรและใช้งบประมาณเท่าใด
ควอนตัมถูกวางไว้ตรงไหนในแผนของจีน
แผนฉบับนี้มีเป้าหมายกว้างกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีชนิดใดชนิดหนึ่ง
โดยจีนต้องการเพิ่มความสามารถของบริษัทในอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทต่างๆ
ถูกเรียกร้องให้เพิ่มการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักและเทคโนโลยีแกนกลาง
ซึ่งครอบคลุมชิปประสิทธิภาพสูง ซอฟต์แวร์พื้นฐาน ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม
ระบบสื่อสารเครือข่าย ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และความปลอดภัยของข้อมูล
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ
เทคโนโลยีที่จีนจัดให้อยู่ในประเภทเทคโนโลยีแนวหน้า ได้แก่ ควอนตัม บล็อกเชน
เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ ดิจิทัลทวิน และจอแสดงผลยุคใหม่
คณะกรรมาธิการกิจการไซเบอร์สเปซกลาง
ระบุว่า เทคโนโลยีสารสนเทศเครือข่ายได้รับการเน้นย้ำให้เป็นพื้นที่สำคัญของนวัตกรรม
โดยดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวนมากจากทั่วโลก
ภาคส่วนนี้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย
และมีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมต่างๆ
การวางควอนตัมไว้ในกรอบนี้จึงไม่ได้หมายความว่าแผนดังกล่าวจะมุ่งสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมเพียงอย่างเดียว
เพราะคำว่า เทคโนโลยีควอนตัมมีขอบเขตกว้างกว่านั้น โดยรายงานของ The
Quantum Insider ตั้งข้อสังเกตว่า จากการใช้คำดังกล่าว
ความพยายามของจีนอาจครอบคลุมไปถึงการสื่อสารควอนตัมและเครือข่ายควอนตัม
จีนไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์
การใส่ควอนตัมไว้ในแผนใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่จีนเพิ่งเริ่มสนใจเทคโนโลยีนี้
แต่เป็นส่วนต่อเนื่องจากการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ควอนตัมที่ดำเนินมาหลายปี
ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
จีนมีทั้งมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการระดับชาติ หน่วยงานวิจัย
และบริษัทที่ทำงานด้านควอนตัม โดยการพัฒนาครอบคลุมหลายด้าน ทั้งคอมพิวเตอร์ควอนตัม
การสื่อสารควอนตัม และการตรวจวัดด้วยควอนตัม
สิ่งที่แผนฉบับใหม่นี้เน้นคือ
การนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไปอยู่ในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการให้บริษัทมีบทบาทในการนำผลการวิจัยออกจากห้องทดลองและพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์หรือการใช้งานจริง
ในแผนจึงไม่ได้พูดเฉพาะเรื่องการวิจัย
แต่ยังพูดถึงการสร้างบริษัทหลายประเภท
ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม
บริษัทที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยีเฉพาะด้าน
ไปจนถึงบริษัทนวัตกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ทางการจีนยังต้องการจัดทำและดูแลฐานข้อมูลของบริษัทที่มีศักยภาพ
เพื่อให้สามารถระบุและสนับสนุนบริษัทที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมได้
แนวทางนี้อาจเปิดช่องทางเพิ่มเติมให้บริษัทด้านควอนตัมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
นอกเหนือจากโครงการระดับชาติและระดับมณฑลที่จีนมีอยู่แล้วสำหรับเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
จากห้องทดลองสู่สินค้าและบริการ
จีนต้องการให้บริษัทมีบทบาทมากขึ้นในการเปลี่ยนผลการวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ
สำหรับควอนตัม เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ
เพราะการพัฒนาควอนตัมไม่ได้จบอยู่ที่การสร้างระบบทดลองในห้องปฏิบัติการ
แต่ยังต้องอาศัยอุปกรณ์ ชิ้นส่วน ซอฟต์แวร์ ระบบสื่อสาร
และบริษัทที่สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการได้
แผนของจีนจึงพยายามเชื่อมหลายส่วนเข้าด้วยกัน
ตั้งแต่การวิจัย การสร้างบริษัท การพัฒนาเทคโนโลยี
ไปจนถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ในตลาด
ในภาพรวม แผนประกอบด้วยแนวทางหลัก 7 ด้าน
และมาตรการ 21 รายการ ครอบคลุมการพัฒนาบริษัท การสร้างนวัตกรรม
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรม การขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ความมั่นคง การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
และการเข้าถึงทรัพยากร
เป้าหมายที่วางไว้สำหรับปี 2573 คือ
การทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมไซเบอร์ของจีนมีความสามารถด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสูงขึ้น
มีผลิตภัณฑ์และบริการที่แข็งแกร่งขึ้น
และทำงานอยู่ภายใต้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่พัฒนามากกว่าเดิม
เอไอและชิปอยู่ในแผนเดียวกัน
นอกจากควอนตัมแล้ว
เอไอยังเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแผนฉบับนี้
จีนต้องการสนับสนุนบริษัทที่ทำวิจัยด้านเอไอ
ตั้งแต่ชิปเอไอประสิทธิภาพสูง การปรับปรุงโมเดลขนาดใหญ่
ไปจนถึงการพัฒนาเอเจนต์เอไอ ซึ่งเป็นเอไอที่สามารถดำเนินงานหลายขั้นตอนตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย
บริษัทยังได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการโอเพนซอร์สและชุมชนนักพัฒนา
เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศของเอไอ
เมื่อมองทั้งแผน
จะเห็นว่าเทคโนโลยีที่จีนกำลังผลักดันไม่ได้ถูกวางแยกออกจากกันทั้งหมด ควอนตัม
เอไอ ชิป
และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ล้วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและความสามารถในการประมวลผลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ชิปประสิทธิภาพสูง เช่น เป็นพื้นฐานของการประมวลผลขั้นสูง
ขณะที่ควอนตัมมีความเกี่ยวข้องกับการประมวลผล
การสื่อสาร และการตรวจวัดรูปแบบใหม่
ส่วนการสื่อสารควอนตัมและเทคโนโลยีการเข้ารหัสที่เกี่ยวข้องกับควอนตัมก็สามารถเชื่อมโยงกับโจทย์ด้านความปลอดภัยของข้อมูลได้
นอกจากนี้
การส่งเสริมเทคโนโลยีในแผนไม่ได้แยกออกจากเรื่องความปลอดภัยและการกำกับดูแล
บริษัทถูกเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบสำหรับระบุความเสี่ยง ออกคำเตือน
ติดตามภัยคุกคาม และรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
ขณะเดียวกันต้องเพิ่มการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการจัดการอัลกอริทึม
ในส่วนของเอไอ
แผนยังระบุถึงการป้องกันการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่อาจสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือแรงงาน
ทางการจีนยังต้องการปรับปรุงคุณภาพของเนื้อหาออนไลน์
และระบุถึงการจัดการกับพฤติกรรมผูกขาดหรือพฤติกรรมที่ขัดขวางการแข่งขันในภาคส่วนสำคัญ
อีกด้านหนึ่ง แผนต้องการให้บริษัทจีนขยายบทบาทออกไปมากกว่าธุรกิจอินเทอร์เน็ตแบบเดิม
เช่น อีคอมเมิร์ซ เกม และเสิร์ชเอนจิน
ตามที่คณะกรรมาธิการกิจการไซเบอร์สเปซกลางระบุ
บริษัทด้านไซเบอร์ของจีนได้ขยายเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว ทั้งชิปสำหรับเอไอ
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ หุ่นยนต์ และการประมวลผลขั้นสูง
แผนระหว่างปี 2569-2573
จึงเข้ามาวางกรอบสำหรับการขยายตัวดังกล่าว
โดยให้ความสำคัญทั้งกับการพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างบริษัท การนำงานวิจัยไปใช้
และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 26 สิงหาคม 2569