รู้เขา รู้เรา รู้ทันโลกระบบการผลิตอัจฉริยะในปัจจุบัน


หัวใจของธุรกิจคือความสามารถในการแข่งขัน หากผู้ประกอบการผลิตเข้าใจเทคโนโลยี นวัตกรรม และทิศทางที่โลกกำลังมุ่งหน้าสู่ ย่อมทำให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน

คำตอบอยู่ที่ผลสำรวจสถานะการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตอัจฉริยะจากองค์กรทั่วโลก (11th Annual State of Smart Manufacturing Report) ที่จัดทำโดย Rockwell Automation x Sapio Research โดยข้อมูลทั้งหมดมาจากผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงจำนวน 1,560 คน จาก 17 ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ จากทวีปอเมริกา (30%) ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (41%) และเอเชียแปซิฟิก (28%) โดยมาจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ การขึ้นรูปแม่นยำสูง ยานยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน รถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ และอื่นๆ

เม็ดเงินลงทุนและการนำเทคโนโลยีมาใช้

ความมุ่งมั่นในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ทันสมัย สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในการจัดสรรเงินทุนขององค์กร พบว่าผู้ประกอบการผลิตทุ่มเม็ดเงินโดยเฉลี่ย 28% ของงบประมาณการดำเนินงาน (operating budgets) ให้กับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณจากการวิจัยและพัฒนาเชิงสำรวจ ไปสู่การใช้งานเทคโนโลยีจริงๆ ที่เรียกว่า “ยุคแห่งการดำเนินการ” (Execution Era) ในรูปเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ ซอฟท์แวร์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับเทคโนโลยีเหล่านี้

โดยมีเพียง 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในเฟสนำร่องสำหรับเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะของตน ในทางกลับกัน 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจเผยว่า เครื่องมือสำหรับการผลิตอัจฉริยะถูกนำมาใช้ในวงกว้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานประจำวันแล้ว แม้แต่ในกลุ่มบริษัทที่ยังไม่ได้นำระบบอัจฉริยะมาใช้ ก็พบว่ามีมากถึง 70% ที่ระบุว่าพวกเขามีแผนชัดเจนที่จะลงทุนภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งทั่วโลก

สำหรับเป้าหมายการลงทุน ผู้ผลิตให้ความสำคัญอย่างมากกับระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ชั้นสูง ซึ่งข้อมูลการใช้งบประมาณโดยรวม (ทั้งการลงทุนในปัจจุบันและอีก 12 เดือนข้างหน้า) เผยให้เห็นการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและการจำลองมาใช้อย่างแพร่หลาย()ในด้านต่างๆ ดังนี้

        ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI/ML): 83%

        หุ่นยนต์: 74%

        หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) และยานพาหนะนำทางอัตโนมัติ (AGV): 69%

        Digital Twin การจำลอง และซอฟต์แวร์การจำลอง: 69%

        หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (Cobots): 65%

ความสามารถหลัก 5 ประการ ตัวกำหนดขอบเขตใหม่ของภาคการผลิต

รายงานการสำรวจนี้ได้ระบุความสามารถหลัก 5 ประการ ที่จะเป็นตัวคัดสรรผู้นำในยุคแห่งการดำเนินการ

1 AI & Automation คือผู้กำหนดทิศทาง Smart Operation: AI ได้ก้าวข้ามจุดเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ จากเทคโนโลยีนำร่องใหม่ไปสู่การเป็นเครื่องมือการผลิตที่จำเป็น ปัจจุบัน 34% ของโรงงานผลิตเป็นระบบการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งรายงานคาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเกิน 54% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ 48% ของผู้ประกอบการผลิตยังจัดอันดับให้ AI และ ML เป็นตัวขับเคลื่อนอันดับต้นๆ สำหรับผลลัพธ์ทางธุรกิจเชิงบวก ซึ่งแซงหน้าความสามารถของซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์อื่นๆ ทั้งหมด

2 Operational Intelligence คือข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างแท้จริง: คอขวดทางด้านเทคนิคหลักที่เป็นอุปสรรคต่อโรงงานสมัยใหม่ไม่ใช่การรวบรวมข้อมูล แต่เป็นวิธีการดำเนินการกับข้อมูล รายงานเผยให้เห็นช่องว่างการใช้ข้อมูล แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสมัยใหม่จะเก็บข้อมูลได้ปริมาณมหาศาล แต่มีเพียง 43% เท่านั้นที่ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนที่เหลืออีก 57% จะเกิดการสูญหาย, ไม่ตรงตามบริบท, ไม่น่าเชื่อถือ, หรือถูกจัดเก็บไว้ในระบบที่ขาดการเชื่อมต่อ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูล 57% นี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างต้องการ

3 ความเสี่ยงทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อ: เมื่อระบบนิเวศการผลิตกลายเป็นดิจิทัล ถูกเชื่อมต่อถึงกัน และบูรณาการทั่วทั้งเครือข่ายองค์กร ก็ทำให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น โดย 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าองค์กรของตนประสบกับการโจมตีทางไซเบอร์ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งความเสี่ยงนี้เมื่อตีเป็นมูลค่าเงินนั้นสูงอย่างไม่น่าเชื่อ โดยข้อมูลที่เชื่อถือได้แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงทั่วโลกอันเนื่องมาจากการโจมตีทางไซเบอร์ด้านเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) นั้นมีมูลค่ารวมสูงโดยเฉลี่ยถึง 12.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

4 นิยามใหม่ของทรัพยากรมนุษย์: การผลิตอัจฉริยะจะเป็นผู้นิยามหน้าที่และบทบาทการทำงาน, ทักษะที่จำเป็น และความคาดหวังของพนักงานแบบเดิมๆ ใหม่ทั้งหมด ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 93% คาดหวังอย่างชัดเจนว่าจะปรับโครงสร้างพนักงานของตนใหม่ทั้งหมดเมื่อระบบการผลิตอัจฉริยะเดินหน้าไป เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่บทบาทไฮบริด โดยที่มนุษย์ทำหน้าที่ควบคุมดูแล (เหมือนหน้าที่ของซูปเปอร์ไวเซอร์ในไลน์ผลิต) ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่อย่างแม่นยำของเครื่องจักร (เครื่องจักรรับหน้าที่ “ทำงาน” ทั้งหมด ซึ่งในอดีตเป็นหน้าที่ของทั้งเครื่องจักรและแรงงานมนุษย์) นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskilling) จะกลายเป็นความสามารถหลักขององค์กร ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า 40% ของผู้ผลิตได้ปรับทักษะแรงงานของตนในเชิงรุกในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทันกับการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

5 การสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน: ในภาพรวมของอุตสาหกรรมการผลิตปัจจุบัน ความสามารถทางการแข่งขันไม่ได้ถูกกำหนดหรือผูกขาดโดยประเทศใดหรือเจ้าของเทคโนโลยีอีกต่อไป เนื่องจากการเข้าถึงทางดิจิทัลขั้นพื้นฐานได้แพร่หลายไปทั่วโลก แต่ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แท้จริงนั้น เกิดจากการจัดวางกลยุทธ์ที่รัดกุมทั่วทั้งแพลตฟอร์มเทคโนโลยี, เป้าหมายทางธุรกิจ และความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เมื่อถามถึงปัจจัยอะไรที่จะส้รางความได้เปรียบทางการแข่งขันมากที่สุดใน 12 เดือนข้างหน้า คำตอบจากเหล่าผู้บริหารฝ่ายการผลิตคือ เทคโนโลยี แรงงานทักษะ ความรวดเร็ว (Lead time) และคุณภาพสินค้า

ปัจจุบัน ภาคการผลิตดำเนินงานภายใต้แรงกดดันต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนพลังงาน การขาดแคลนแรงงานทักษะ ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ผลสำรวจนี้ชี้ว่าองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงจะต้องสามารถตอบสนองความท้าทายเหล่านี้ด้วยการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น

มองเขา ย้อนดูตัวเรา

ผู้ประกอบการไทยต้องเริ่มต้นจากการปรับตัวเอง จากผู้ผลิตแรงงานเข้มข้นสู่ออโตเมชั่นเข้มข้น ก่อนจะไปถึงโรงงานอัจฉริยะ เริ่มต้นจากกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนและลงทุนไม่สูง เช่นระบบ Data and Inventory Management ระบบ Quality Control and Inspection หรือระบบ Labeling and Packaging จากนั้นค่อยขยับระบบ Material Handling ไม่ว่าจะเป็นการนำ AGV มาใช้ในโรงงาน หรือการทำ Maintenance และ Retrofitting เครื่องจักร ซึ่งจะเกิดการเรียนรู้อุปกรณ์ IIoT เช่น เซนเซอร์

สิ่งสำคัญไม่แพ้การลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ก็คือการเตรียมบุคลากรเพื่อก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะ อย่าลืมอัปเดท JD เพื่อปรับหน้าที่และบทบาทให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ด้วย

 

ที่มา : MMthailand

วันที่ 13 สิงหาคม 2569


ไฟล์เอกสารแนบ
-
ที่มา : mmthailand
ข้อมูลวันที่ : 2026-09-08 04:40:39
700/1 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี, ถ.บางนา-ตราด กม. 57, ต.คลองตำหรุ, อ.เมือง, จ.ชลบุรี 20000
038-215033-39, 033-266040-44
Icon made by Freepik from www.flaticon.com